วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เจ้าหญิงโซเฟีย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เจ้าหญิงโซเฟีย


พระองค์ย้ายไปนิวยอร์กเพื่อศึกษาการบัญชีเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ณ สถาบันภาษาอังกฤษและธุรกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2548[21] ต่อมาทรงกลับไปยังสตอกโฮล์ม เพื่อทรงเข้าร่วมหลักสูตรการศึกษาสำหรับเด็กทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ อาทิ จริยธรรมนานาชาติ, วิทยาศาสตร์เยาวชน และอนุสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติจากมหาวิทยาลัยสตอกโฮล์ม[22] และยังทรงเปิดศูนย์โยคะแถบแมนฮัตตัน[16] ระหว่างนั้นก็ทรงประกอบกิจเป็นบริกรหญิงและนางแบบกึ่งเปลือย[23] และทรงตกเป็นข่าวอื้อฉาวหลังจากไปปรากฏตัวอยู่กับเจนนา เจมสัน นักแสดงภาพยนตร์ลามกชาวอเมริกา ขณะไปเยือนลาสเวกัส[24][25]
ใน พ.ศ. 2553 พระองค์และพระสหาย ร่วมกันก่อตั้งองค์กรการกุศลสร้างสนามเด็กเล่นแก่เยาวชนด้อยโอกาสในประเทศแอฟริกาใต้[21] และจากประสบการณ์ในอดีต พระองค์ทรงอดทนต่อกระแสต่อต้านมาโดยตลอด[7] และได้ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า ไม่เสียดายอะไร เพราะประสบการณ์สอนให้พระองค์เป็นพระองค์ในวันนี้ และหากเลือกได้ก็คงไม่เลือกทางนั้น[8]

เจ้าหญิงอันนา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประวัติ เจ้าหญิงแอนนา
ปล่อยทีเซอร์แรกออกมาให้ชมกันแล้วสำหรับ Frozen อนิเมชั่นเรื่องใหม่ของ ดิสนี่ย์ ที่มาพร้อมกับเรื่องเจ้าหญิงเช่นเคย เรื่องราวของ “Frozen” พูดถึงคำทำนายที่ทำให้อาณาจักรหนึ่ง ต้องตกอยู่ภายใต้ฤดูหนาวอันเยือกเย็นและโหดร้ายต­ลอดกาล“อันนา” สาวน้อยช่างฝัน (พากย์โดย คริสเทน เบลล์) จึงร่วมมือกับ “คริสตอฟ” มนุษย์ภูเขาผู้กล้าหาญ ในการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่เพื่อที่จะตามหา “ราชินีหิมะ” (พากย์โดย อีดิน่า เมนเซล) และยุติคำสาปน้ำแข็งอันหนาวเหน็บที่ปกคลุม­อาณาจักรแห่งนี้มาอย่างยาวนาน การผจญภัยสุดหฤโหดภายใต้สภาวะอากาศอันโหดร้ายดั่งเทือกเขาเอเวอร์เรส การเผชิญหน้ากับสัตว์ในตำนานและมนตราในทุก­ย่างก้าว อันนาและ คริสตอฟ ต้องฝ่าฝันและเอาชนะทุกอย่างที่มาข­ัดขวางการปกป้องอาณาจักรจากการล่
มสลา

โอลาฟ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โอลาฟ


ดิสนีย์สตูดิโอมีความพยายามที่จะนำเทพนิยาย ราชินีหิมะ ของ Hans Christian Andersen มาสร้างเป็นภาพยนตร์ตั้งแต่ปี 1943 เมื่อวอลต์ ดิสนีย์คิดจะสร้างภาพยนตร์ชีวประวัติของ Andersen[1] อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องและตัวละครนั้นเป็นนามธรรมมากเกินไป[2][3] ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ ให้กับดิสนีย์และทีมผู้สร้างภาพเคลื่อนไหว ภายหลังจากนั้น ผู้บริหารของดิสนีย์ก็ยังมีความพยายามที่จะนำเรื่องราวจากบทประพันธ์มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์อีกครั้ง แต่ความพยายามเหล่านี้ก็ต้องถูกชงักไว้เพราะปัญหาแบบเดียวกัน[1]

ในปี 2008 Chris Buck ได้เสนอเรื่องราวของราชินีหิมะในรูปแบบของเขาเองกับดิสนีย์[4] ชื่อ Anna and the Snow Queen ซึ่งได้มีการวางแผนให้สร้างเป็นภาพเคลื่อนไหวทั่วไป[5] แต่เรื่องราวนี้แตกต่างจาก ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ อย่างสิ้นเชิง โดยที่บทประพันธ์นี้มีความใกล้เคียงกับเรื่องราชินีหิมะมากกว่า และมีตัวละครโอลาฟที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง[6]

อย่างไรก็ตามในต้นปี 2010 โครงการนี้ก็ได้หยุดไปอีกครั้ง[5][7] ในวันที่ 22 ธันวาคม 2011 ดิสนีย์ได้ตั้งชื่อใหม่ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ ซึ่งในเวลาต่อมาจะได้ออกฉายในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2013 และยังได้เปลี่ยนทีมสร้างภาพยนตร์ใหม่อีกด้วย[8] บทอันใหม่นั้นมีแนวคิดเหมือนเดิม แต่มีการเขียนใหม่ทั้งหมด[5] ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานของบทประพันธ์ของ Andersen โดยถ่ายทอดความสัมพันธ์ของตัวละคร แอนนา และ เอลซ่า ในฐานะพี่น้อง[9]

การให้เสียง[แก้]

Josh Gad ซึ่งเป็นนักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโทนีและมีชื่อเสียงในการแสดงบรอดเวย์เรื่อง The Book of Mormon[10] ได้เข้ารับเลือกในการพากย์เสียงของโอลาฟ[11][12][13] เขาได้กล่าวในภายหลังว่า การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ดิสนีย์นั้นเหมือนความฝันที่กลายเป็นจริงสำหรับเขา เนื่องจากเขาเองมีความคลั่งไคล้ในภาพยนตร์และการผลิตภาพเคลื่อนไหวของดิสนีย์อยู่แล้ว[14]
เขากล่าวว่า เขาเติบโตมาในยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองของภาพเคลื่อนไหวของดิสนีย์ครั้งที่สอง ในช่วงที่มีภาพยนตร์ทั้งหมดออกมายอดเยี่ยมหมดเลย ได้แก่ เงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaidโฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and the Beastอะลาดินกับตะเกียงวิเศษ (Aladdinเดอะ ไลอ้อน คิง (The Lion King)[10] ความประทับใจในตัวละครที่มีลักษณะนิสัยตลกอย่างทีโมนและพุมบ้าในเรื่อง เดอะ ไลอ้อน คิง หรือ จีนี่ในเรื่องอะลาดินกับตะเกียงวิเศษทำให้เขาอยากเล่นบทบาทประเภทนี้ตั้งแต่ช่วงหนุ่ม ๆ เขาจำได้ว่า เขาเคยพูดไว้ว่าอยากจะเล่นบทแบบนี้จริง ๆ สักวัน[14][10][15]

เอลซ่า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประวัติ เอลซ่า




จากภายนอก เอลซ่าดูสง่าแบบราชนิกุล ดูเก็บตัว แต่จริงๆแล้ว เธออยู่ด้วยความกลัวที่ต้องพยายามรักษาความลับของพลังพิเศษ เธอกำเนิดมาด้วยพลังในการสร้างน้ำแข็งและหิมะ มันเป็นความสามารถที่ดูงดงาม แต่ในขณะเดียวกันยังเป็นอันตรายอย่างมาก  เธอฝังใจกับการที่พลังของเธอเกือบจะสังหารอันนา น้องสาวของเธอ ทำให้เอลซ่าแยกตนเองออกมาอยู่อย่างโดดเดี่ยว ใช้เวลาไปกับความพยายามที่จะควบคุมพลังของตนเอง การระเบิดอารมณ์ของเธอ ทำให้เธอปลดปล่อยพลังจนทำให้เกิดฤดูหนาวนิรันดร์กาลโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยที่เธอก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ ทำให้เธอกลัวว่าเธอจะกลายเป็นปีศาจ ซึ่งไม่มีใครสามารถช่วยเธอได้ แม้แต่น้องสาวของเธอเอง

รูปลักษณ์ภายนอก

เอลซ่าเป็นหญิงสาวที่งดงามอย่างสะดุดตา ด้วยรูปร่างที่เพรียวงาม ผมสีบลอนด์แพลตินัม ตาสีฟ้า ผิวขาวซีด มีกระจางๆ บนใบหน้า เหมือนกับน้องสาวของเธอ เธอถอดแบบมาจากแม่ เห็นได้จากตอนพระราชพิธีราชาภิเษก เธอวางตัวได้สมเป็นราชินีเหมือนดั่งมารดาของเธอ ต่างกันก็เพียงแค่สีผมเท่านั้น ช่วงก่อนที่เธอจะกลายเป็นราชินีหิมะ เธอสวมชุดสีเขียวอมฟ้า เสื้อเกาะอกรูปหัวใจ ขลิบสีบรอนซ์ เสื้อแขนยาวสีดำ เสื้อคลุมสีแดงอมม่วง ส่วนผมของเธอมัดรวบไว้ด้านหลัง เธอสวมถุงมืออยู่เสมอเพื่อป้องกันพลังของเธอ

เมืองเก่าสุโขทัย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เมืองเก่าสุโขทัย


อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัยซึ่งมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19 ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า (เขตเทศบาลตำบลเมืองเก่า) อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยห่างจากตัวเมืองสุโขทัยปัจจุบัน (เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี) ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ถนนจรดวิถีถ่อง)

ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตร มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวังและวัดอีก 26 แห่ง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือวัดมหาธาตุ อุทยานแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากรด้วยความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก มีผู้เยี่ยมชมหลายแสนคนต่อปี ซึ่งสามารถเดินเท้าหรือขี่จักรยานเที่ยวชมได้
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยได้รับการประกาศคุ้มครองครั้งแรกตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 92 ตอนที่ 112 ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2504 ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 โครงการฟื้นฟูอุทยานแห่งนี้ก็ได้รับการอนุมัติ และเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2531 โดยในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534[ต้องการอ้างอิง] องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ที่กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัยภายใต้ชื่อว่า "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร" (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns)